ปรับระบบขนส่งสาธารณะ ความฝัน!!ที่คนทั้งชาติรอคอย

ต้องยอมรับว่า… ที่ผ่านมาระบบขนส่งมีปัญหาหมักหมมมานาน ชนิดแทบทุกคนเคยมีประสบการณ์ร้องยี้กันแทบทั้งสิ้น ทั้งเรื่องของความสะอาด ความปลอดภัย ความล่าช้า หรือการบริการที่ไม่ประทับใจ

เร่งล้างภาพรถไฟไทย

เริ่มจาก รถไฟ ถือเป็นบริการขนส่งสาธารณะแห่งประวัติศาสตร์ ที่เต็มไปด้วยสารพัดปัญหา ทั้งความสะอาด ความปลอดภัย ความตรงต่อเวลา คนไทยจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เวลาปฏิรูปกันเสียที! ปัญหาเหล่านี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) บอกว่าไม่ได้นิ่งเฉย และหมายมั่นปั้นมือว่าปี 58 จะลดปัญหาให้เหลือน้อยที่สุด อย่างปัญหาเรื่องความล่าช้า หวานเย็น ถึงก็ช่าง-ไม่ถึงก็ช่าง ที่ตอนนี้วิ่งเร็วเฉลี่ยแค่ 40-50 กม.ต่อชม. แต่ข่าวดีปีหน้า เส้นทางสายเหนือและอีสานจะซ่อมเสร็จแล้ว ทำให้ความเร็วรถไฟกระเตื้องขึ้นมาอีกเล็กน้อยเป็น 60 กม.ต่อชม. และบางช่วงทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 90 กม.ด้วย และหลังจากนี้ รฟท. เตรียมปรับแผนตารางเดินรถใหม่ เพื่อลดปัญหาไม่ตรงต่อเวลา

ใช้ไอทีดัดหลังแท็กซี่ห่วย

แท็กซี่ เพิ่งได้ขึ้นค่าโดยสารไปหมาด ๆ อีกระยะ 0.50-1.50 บาท จึงทำให้ผู้โดยสารคาดหวังว่าจะได้รับบริการที่ดีขึ้นจากแท็กซี่ไทย เพราะสถิติยอดร้องเรียนปีที่ผ่านมา 34,000 ครั้ง มันสุดจะทนจริง ๆ โดยเฉพาะกับข้ออ้าง ’ไปส่งรถ แก๊สไม่พอ ไม่รู้จักทาง“ เพื่อ ’ปฏิเสธผู้โดยสาร“ หรือปัญหาความไม่ปลอดภัยในการเดินทาง กรมการขนส่งทางบก ในฐานะกำกับดูแลรถแท็กซี่ ตัวจริง เสียงจริง เลยคิดค้นนวัตกรรมใหม่สุดไฮเทค “แอพพลิเคชั่น เช็กอิน แท็กซี่” ผ่านระบบคิวอาร์โค้ด มาช่วยแก้ปัญหา โดยเฉพาะสุภาพสตรีที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียว หรือเดินทางตอนดึก ต่อไปจะมั่นใจบริการรถแท็กซี่มากขึ้น เพราะเมื่อเข้าไปใช้บริการและหยิบสมาร์ทโฟน เปิดแอพพลิเคชั่น เพื่อสแกนคิวอาร์โค้ดด้านหลังเบาะที่นั่งปุ๊บ ระบบจะส่งข้อมูลเจ้าของโทรศัพท์ไปยังศูนย์ข้อมูลส่วนกลางของกรมการขนส่งทางบก ทำให้เจ้าหน้าที่รู้เลยว่าใครใช้บริการรถคันใด ทะเบียนอะไร เวลาใด และคนขับชื่ออะไร หากมีปัญหาก็ติดตามตรวจสอบแก้ไขได้ทันควัน

ลุ้นคลอดรถเมล์เอ็นจีวี

รถเมล์เอ็นจีวี กลายเป็นโครงการเจ็ดชั่วโคตรไปแล้ว สำหรับแผนจัดหารถเมล์เอ็นจีวี 3,183 คัน ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพราะนับตั้งแต่ปี 48 จนถึงบัดนี้ก็ครบ 11 ปีแล้ว ที่คนไทยยังไม่ได้ใช้รถเมล์ใหม่เสียที แต่ในยุครัฐบาลบิ๊กตู่ ทำเอาคนไทยพอมีหวังได้นั่ง ได้โหนรถเมล์กันจริง ๆ เสียที เพราะงานนี้ บิ๊กตู่สั่งลุยเอง ต้องเริ่มมีรถเมล์ใหม่เป็นของขวัญให้คนจนได้ในปี 58

บขส.ไม่ขอน้อยหน้า

หันมาที่รถทัวร์ บขส. ที่ไม่ยอมน้อยหน้าใครเช่นกัน… หลังถูกสายการบินต้นทุนต่ำไล่แข่งตัดราคาอย่างหนัก ปีนี้เลยตัดสินใจทุ่มทุนครั้งใหญ่ จัดรถบัสรุ่นใหม่มาให้บริการรวด 100 คัน ซึ่งมีความหรูหราเทียบชั้นเครื่องบินเลยทีเดียว เริ่มจากขนาดรถจากเดิมที่ บขส. จะใช้รถ 2 ชั้น ความยาว 12 เมตร ก็จะปรับเปลี่ยนเป็นรถชั้นเดียว ความยาวเพิ่มเป็น 15 เมตรแทน เพื่อต้องการให้รถมีความโอ่โถง และมีศูนย์ถ่วงต่ำช่วยให้การเข้าโค้ง และการโดยสารมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น

จัดระเบียบเสื้อวินใหม่

มอเตอร์ไซค์รับจ้างกลายเป็นบริการที่รวดเร็ว และมีส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของคนกรุง เมืองแห่งรถติดไปแล้ว แต่ทุกครั้งที่ขึ้นไปซ้อนท้ายก็มีลุ้นชวนเสียวตลอดว่า จะถึงที่หมายปลอดภัยหรือไม่ หรือจะโดนอิทธิฤทธิ์โก่งค่าโดยสาร หรือบริการแย่ ๆ อะไรเล่นงานหรือเปล่า อย่างไรก็ตามผลพวงจากการเข้ามาจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) น่าจะช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของบริการวินมอเตอร์ไซค์ที่ดีขึ้น รวมถึงเสื้อตัวใหม่ ๆ สีแสบสันนัยน์ตามากกว่าเดิม เพราะตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 58 นี้เป็นต้นไป กรมการขนส่งทางบกจะดีเดย์เริ่มใช้เสื้อวินยูนิฟอร์มใหม่อย่างเป็นทางการ

กรมขนส่งฯ เปิดตัวแอพพลิเคชั่น “DLT Check in” ร้องบริการแท็กซี่

กรมขนส่งฯ เปิดตัวแอพพลิเคชั่น “DLT Check in” ร้องบริการแท็กซี่ สะดวกรวดเร็ว ดาวน์โหลดง่ายๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย Check in ทะเบียนรถแท็กซี่ทุกครั้งที่ใช้บริการ และเตรียมขยายให้ครอบคลุมระบบขนส่งอื่นๆ ในอนาคต เพืื่อยกระดับระบบขนส่งสาธารณะไทย

แอพพลิเคชั่น “DLT Check in” ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและให้คะแนนความพึงพอใจในการใช้บริการรถแท็กซี่ เพื่อรวบรวมผลการประเมินมาประกอบการพิจารณากำหนดแนวทางและมาตรการในการยกระดับแท็กซี่ไทยต่อไปในอนาคต ซึ่งเป็นเป้าหมายของกระทรวงคมนาคมในการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาพัฒนางานบริการเพื่อประชาชน

แอพพลิเคชั่น “DLT Check in” จะช่วยเรื่องการประเมินผล หลังมีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารมิเตอร์รถแท็กซี่ด้วย อย่างไรก็ตาม หากกรมการขนส่งทางบกได้รับข้อมูลผ่านแพพลิเคชั่นดังกล่าวแล้วจะนำมารวบรวม เพื่อปรับปรุงการขนส่งสาธารณะไทยต่อไป ซึ่งในอนาคตมีแผนที่จะให้ใช้เพื่อครอบคลุมกับระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภทด้วย ถือเป็นยกระดับการให้บริการสาธารณะของไทย

ส่วนการอนุมัติให้มีการปรับขึ้นค่ามิเตอร์แท็กซี่ ระยะที่ 2นั้น ขณะนี้ยู่ระหว่างพิจารณาโดยจะนำข้อมูลเชื้อเพลิงพลังงานเข้ามาศึกษา ทั้งนี้ จะต้องสอดคล้องกับความเป็นจริงในปัจจุบัน ส่วนของมีการปรับขึ้นในอัตราใดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับผลการศึกษาดังกล่าว ส่วนกรณีที่แท็กซี่โดยสารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยื่นข้อเสนอให้ปรับการให้บริการภาระเป๋านั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างตั้งคณะทำงานเพื่อหาข้อสรุป

กรมฯได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือ “DLT Check in” เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการควบคุมคุณภาพการให้บริการของรถแท็กซี่ด้วยการลงทะเบียนพิกัด หรือ Check in หมายเลขทะเบียนรถแท็กซี่ทุกครั้งที่ใช้บริการ นอกจากนี้ผู้ใช้บริการสามารถให้คะแนนความพึงพอใจหรือข้อคิดเห็นที่ควรปรับปรุงในด้านต่างๆ เช่น มารยาทคนขับ สภาพตัวรถ ความสะอาด เป็นต้น ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อคุณภาพการให้บริการของแท็กซี่

ทั้งนี้ จะนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้สำหรับการวางแผนพัฒนาระบบการให้บริการด้วยรถแท็กซี่ให้มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานคุณภาพอย่างยั่งยืน โดยหากพบรถแท็กซี่นิติบุคคลที่ได้รับการประเมินในเกณฑ์ต่ำ กรมการขนส่งฯจะมีมาตรการในการจำกัดการเพิ่มจำนวนรถในประกอบการ ส่วนแท็กซี่บุคคลจะมีการพิจารณาบทลงโทษอย่างเข้มงวด ด้านรถแท็กซี่ที่ได้รับการประเมินคุณภาพการให้บริการในเกณฑ์ดีจะมีการมอบวุฒิบัตรประกาศเกียรติคุณ และสำหรับประชาชนที่ร่วมประเมินจะมีการสุ่มหมายเลขโทรศัพท์มอบรางวัลให้แก่ผู้โชคดีเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการรถแท็กซี่เป็นระยะด้วย

สำหรับการใช้งานแอพพลิเคชั่น “DLT Check in” นั้น ผู้ใช้บริการสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ไดเตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยจะใช้หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการลงทะเบียน จากนั้นเมื่อเข้าสู่หน้าจอแอพพลิเคชั่นผู้ใช้บริการสามารถเลือกบันทึกหมายเลขทะเบียนรถแท็กซี่หรือถ่ายภาพทะเบียนรถแท็กซี่ที่ใช้บริการในขณะนั้น และร่วมประเมินความพึงพอใจในการใช้บริการ โดยข้อมูลทั้งหมดจะบันทึกอยู่ในฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งมีระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการรั่วไหล กรมการขนส่งทางบกคาดว่าแอพพลิเคชั่น DLT Check in จะช่วยให้ผู้ใช้บริการรถแท็กซี่มีความอุ่นใจและมั่นใจในการใช้บริการรถแท็กซี่ และเพิ่มศักยภาพในการควบคุมและกำกับดูแลการให้บริการ สามารถคัดกรองรถแท็กซี่และพนักงานขับรถที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของกรมการขนส่งทางบกออกจากระบบ รวมถึงจะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้แก่พนักงานขับรถแท็กซี่ที่ดีมีคุณภาพให้รักษาคุณภาพการให้บริการไว้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

มารยาทในการใช้บริการรถประจำทางขนส่งสารธารณะ


การขนส่งมวลชนทางรถปรจะทางนั้นเป็นที่นิยมมากอันเนื่องมาจากเป็นการขนส่งแบบเข้าถึง จึงมีการนิยมใช้บริการขนส่งมวลชนทางรถประจำทางมากจึงทำให้การจัดระเบียบลำบากผู้ใช้บริการควรมีมารยาทในการใช้บริการคือ
1.  ควรให้ความร่วมมือโดยปฏิบัติตามระเบียบและความเหมาะสมในการโดยสารรถประจำทาง เช่น
– ขึ้นลงด้วยลำดับอย่างมีระเบียบ ไม่เบียดเสียดยื้อแย่งกัน ก่อนขึ้นควรคอยให้คนลงหมดเสียก่อน
-ขึ้นหรือลงตามป้าย ไม่ควรกระโดดขึ้นหรือลงในขณะที่รถกำลังแล่นหรือขณะรถหยุดตามสัญญาณไฟแดง
– ไม่ยื่นมือหรือศีรษะออกนอกรถ ไม่ยืนเกาะหรือโหนที่บันไดรถ เพราะอาจจะได้รับอันตราย
2. ควรเตรียมเงินไว้ให้พร้อมสำหรับจ่ายค่าโดยสาร และเมื่อได้ตั๋วแล้วควรเก็บรักษาตั๋วไว้ให้พนักงานตรวจตั๋วดูโดยสะดวกด้วย
3. ถ้าในรถมีที่ว่างควรเข้าไปนั่งหรือยืนเสียงข้างใน อย่ายืนออกันที่ประตู เป็นที่กีดขวางของผู้โดยสารอื่นที่จะขึ้นลงและทำให้ชักช้าเสียเวลา
4. ควรเอื้อเฟื้อให้ที่นั่งแก่พระภิกษุ สามเณร แม่ชี เด็ก สตรี คนชรา และคนพิการ ความเอื้อเฟื้อดังกล่าวอาจนำไปใช้ในการขึ้นลงรถประจำทางได้ด้วย5. เมื่อได้รับความเอื้อเฟื้อควรกล่าวขอบคุณ และเมื่อพลาดพลั้งกระทบผู้อื่นควรกล่าวขออภัย
5. พึงใช้กิริยาวาจาสุภาพต่อพนักงานประจำรถและผู้โดยสารอื่นๆ
6. พึงงดเว้นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เช่น แสดงอาการใกล้ชิดเกินควรระหว่างชาย หญิง
7. พึงงดการกระทำใดๆ อันไม่ชอบธรรม ในการขึ้นรถ เช่น ไม่ชำระค่าโดยสาร
8. ไม่ควรทำความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น เช่น สูบบุหรี่ ทะเลาะวิวาทหรือคุยเสียงดัง นั่งเขย่าขา นั่งกินที่ผู้อื่น นั่งเอนไปพิงหรือกระทงผู้อื่น วางสิ่งของในที่ว่างกีดกันผู้อื่น ปล่อยผมยาวให้ปลิวไปรบกวนผู้อื่น หรือชะโงกไปอ่านข้อความในหนังสือที่ผู้อื่นกำลังอ่านอยู่
9. ไม่ขากเสมหะหรือบ้วนน้ำลาย ไม่ทิ้งขยะลงบนรถหรือนอกรถ ซึ่งทำให้สกปรกเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยและเสียมารยาท

สิทธิของผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ
1. ผู้โดยสารมีสิทธิร้องเรียนหรือฟ้องร้องเพื่อให้ผู้ให้บริการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหา เยียวยา หรือชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น
2.ผู้โดยสารมีสิทธิที่จะได้รับการชดใช้ความเสียหายจากการประกันภัยโดยไม่มีการประวิงเวลา หรือบังคับให้ประนีประนอมยอมความ
3.ผู้โดยสารมีสิทธิที่จะได้รับการชดใช้ความเสียหายทั้งทางร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน และสิทธิอื่น ๆ ที่ถูกละเมิด
4.ผู้โดยสารมีสิทธิที่จะได้รับการชดใช้ความเสียหายด้วยหลักแห่งพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด
5.ผู้โดยสารมีสิทธิที่จะรวมตัวกันเพื่อพิทักษ์สิทธิของตนและของผู้อื่น
6.ผู้โดยสารมีสิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้บริการรถโดยสาร
7.ผู้โดยสารมีสิทธิที่จะได้รับการบริการจากรถโดยสารและผู้ให้บริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน
8.ผู้โดยสารมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพเกี่ยวกับบริการรถโดยสาร รวมทั้งความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย ที่ถูกต้องเป็นจริง ครบถ้วน เพียงพอต่อการตัดสินใจใช้บริการ
9.ผู้โดยสารมีสิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในด้านสัญญา และราคาค่าบริการ
10.ผู้โดยสารมีอิสระในการเลือกใช้บริการรถโดยสารด้วยความสมัครใจ และปราศจากการชักจูงใจอันไม่เป็นธรรม

ระบบการขนส่งมวลชนแบบสวิสเซอร์แลนด์สร้างความสะดวกให้กับประชาชนมากขึ้น


ปัญหาจราจรถือเป็นปัญหาสำคัญของเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่กันอย่างหนาแน่น การพัฒนาคุณภาพของระบบขนส่งมวลชนสาธารณะจึงเป็นทางออกสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในเมืองได้อย่างดี

ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ได้ตระหนักถึงความจำเป็นของการพัฒนาคุณภาพของระบบขนส่งมวลชนสาธารณะเพื่อช่วยให้ประชาชนเดินทางคมนาคมได้โดยสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เพื่อดึงดูดให้ประชาชนมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น เพราะนอกจากจะเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัดแล้ว ยังเป็นการช่วยลดมลพิษ และลดผลกระทบที่เกิดจากการสร้างถนนและที่จอดรถอีกด้วย สิ่งที่รัฐบาลสวิสเซอร์แลนด์ได้ดำเนินการนั้น เป็นการปรับปรุงทั้งการบริการและระบบต่าง ๆ อย่างครบวงจร
ในขั้นต้น รัฐบาลได้จัดให้บริการรถโดยสารประจำทางและรถไฟที่มีความถี่สม่ำเสมอตลอดทั้งวัน คือ ทุก ๆ 6.5 นาที ทำให้ผู้โดยสารไม่ต้องรอนาน สามารถคาดการณ์เวลาเดินรถได้ มีการประชาสัมพันธ์ตารางเวลาการเดินรถที่มีความน่าเชื่อถือ เที่ยงตรง โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยบอกเวลาเดินรถได้อย่างแม่นยำ เช่น ในเมืองซูริคซึ่งเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าน่าอยู่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ได้มีการนำระบบติดตามรถอัตโนมัติเพื่อบอกตำแหน่งของรถประจำทางและรถไฟมาใช้ โดยจะมีศูนย์ควบคุมที่สามารถบอกได้ว่า ณ แต่ละขณะเวลา รถแต่ละคันเคลื่อนที่อยู่ตรงจุดใดได้ตลอดทั้งวัน รวมทั้งการทำให้สภาพรถดูสะอาด มีความปลอดภัย การที่ผู้โดยสารรู้เวลาเจาะจง ทำให้เกิดการกระจายผู้โดยสาร ทำให้รถแต่ละคันไม่มีผู้โดยสารที่แน่นจนเกินไป
นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้จัดให้มีกลไกประสานความร่วมมือกับผู้จัดบริการระบบขนส่งมวลชนแต่ละประเภทในการให้บริการรถสาธารณะ เช่น จัดให้มีสถานีหยุดรถไฟ รถประจำทาง ที่เดียวกัน เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนการเดินทางจากรถประเภทหนึ่งไปอีกประเภทหนึ่งได้อย่างสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งการประสานในเรื่องของตารางเวลาการเดินรถร่วมกัน เพื่อให้ผู้โดยสารไม่ต้องเสียเวลารอนาน
การใช้ระบบบัตรโดยสารใบเดียวกับบริการรถสาธารณะทุกประเภทช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชน และส่งผลช่วยลดค่าโดยสารลงได้ในระดับหนึ่ง การสร้างระบบตั๋วลดประหยัดที่มีหลากหลายเหมาะกับคนที่ใช้บริการรถสาธารณะเป็นประจำ เช่น ตั๋วรายปี ตั๋วรายเดือน ตั๋วรายสัปดาห์ โดยกำหนดให้ตั๋วรายปีที่มีราคาโดยเฉลี่ยต่อเดือนถูกกว่าตั๋วรายเดือน เป็นต้น โดยดำเนินการร่วมกับการไม่ส่งเสริมให้มีการใช้รถส่วนตัวมากขึ้น เช่น การเก็บธรรมเนียมการใช้ถนนและที่จอดรถในเขตเมืองชั้นใน เป็นต้น ซึ่งทาง Swiss Federal Railway ได้จัดทำ webpage ที่คำนวณและเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการใช้รถส่วนตัวในระยะทางใกล้ ๆ จากชานเมืองซูริคไปยังบริเวณย่านธุรกิจของซูริค มีอัตราค่าใช้จ่ายที่แพงกว่าการใช้บริการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะถึงร้อยละ 61
การแก้ไขปัญหาจราจรต้องทำควบคู่กันไปอย่างเป็นระบบ ทั้งการเพิ่มคุณภาพบริการของรถสาธารณะเพื่อจูงใจให้ประชาชนมาใช้ระบบขนส่งมวลชน และมาตรการที่ลดแรงจูงใจในการใช้รถส่วนตัว ตัวอย่างจากสวิสเซอร์แลนด์น่าจะให้แนวคิดสำหรับการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของไทยได้บ้าง

เคล็ดลับในการใช้บริการขนส่งสาธารณะให้ปลอดภัย

yesonb1.com

ในช่วงวันหยุดตามเทศกาลต่างๆ ผู้คนส่วนมากใช้รถประจำทางในการไปท่องเที่ยว หรือเยี่ยมญาติ ซึ่งเป็นการโดยสารโดยรถสาธารณะเป็นส่วนใหญ่ แต่การเดินทางด้วยวิธีดังกล่าวมักเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้ ถ้าเราต้องการเดินทางให้ปลอดภัย ควรปฏิบัติตาม ดังนี้

1.ซื้อตั๋วให้ปลอดภัย ควรเลือกซื้อตั๋วของบริษัทที่เชื่อถือได้ มีชื่อบริษัทชัดเจน สังเกตว่ามีตรารถร่วม บขส.หรือรถที่ได้รับอนุญาตจากกรมขนส่งทางบกหรือเปล่า เพื่อหลีกเลี่ยงรถที่ทำผิดกฎหมาย หรือที่เรียกว่ารถเถื่อน นั่นเอง นอกจากนี้หลังจ่ายเงินแล้ว ควรตรวจสอบว่าข้อมูลการเดินทางถูกต้องหรือไม่

2.ควรมาถึงก่อนเวลารถออกประมาณ 30 นาที เพื่อจะได้ตรวจสอบว่ารถโดยสารที่ใช้บริการถูกต้องตามต้องการหรือไม่ เช่น สภาพของรถโดยสารเก่าทรุดโทรมไม่เหมาะต่อการเดินทาง หรือซื้อตั๋วรถโดยสารชั้นเดียวแต่ทางผู้ให้บริการจัดเป็นรถสองชั้น ผู้โดยสารต้องปฏิเสธโดยทันที

3.ผู้โดยสารต้องขึ้นรถในสถานีขนส่งเท่านั้น ห้ามขึ้นรถภายนอกสถานีเด็ดขาด หากได้รับการชักชวน ให้ปฏิเสธ เพราะอาจจะเป็น รถเถื่อนได้

4.ก่อนโดยสารให้ตรวจสอบข้อมูลของรถ เช่น ป้ายทะเบียน โดยรถโดยสารประจำทางต้องมีป้ายสีเหลืองตัวอักษรดำเท่านั้น เลขตัวหน้าจะขึ้นต้นด้วยหมวดเลข 10-19 หากเป็นรถโดยสารรับจ้างไม่ประจำทาง จะขึ้นด้วย หมวดเลข 30-39 แต่ถ้าเป็นป้ายสีขาว ให้สันนิษฐานว่าเป็นรถยนต์ที่จดทะเบียนเป็นรถส่วนบุคคลซึ่งผู้โดยสารจะมีความเสี่ยงมากกว่าในการใช้เพื่อโดยสาร นอกจากนี้ควรตรวจสอบเลขข้างรถ เพราะเลขจะไม่ซ้ำกันในแต่ละคัน รวมทั้งชื่อนามสกุลของพนักงานขับรถด้วย

5.การเดินทางต้องปลอดภัย คนขับรถต้องขับตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ไม่ทอดทิ้งผู้โดยสารระหว่างทาง และตัวผู้โดยสารเองต้องคาดเข็มขัดนิรภัย การที่ผู้โดยสารคาดเข็มขัดหากรถเกิดอุบัติเหตุจะทำให้ร่างกายของผู้โดยสารไม่หลุดจากที่นั่งไปชนกระแทกกับผู้โดยสารคนอื่นหรือวัสดุสิ่งของต่างๆในรถได้

6.ผู้โดยสารต้องคอยสังเกตว่าคนขับรถมีอาการหลับในหรือไม่ เช่นเหยียบเบรคโดยไม่มีเหตุผล ต้องให้หยุดขับรถและพัก เพราะหากหลับในเพียงนิดเดียวอาจทำให้รถเสียหลัก และถึงแก่ชีวิตได้